Welcome to puicapsule.com and www.pro1network.com

หรือติดต่อทาง Facebook แสดงความเห็น สอบถาม หรือแจ้งข้อมูลของท่าน ด้านล่าง :

สมัครสมาชิก เว็บไซต์
ข่าวสาร สอบถาม แคปซูลนาโน ผงดำ
แชร์ประสบการณ์
ข่าวสาร ความรู้เกี่ยวกับยางพารา
วีดีโอการปลูกสร้างสวนยางอย่างยั่งยืน
ดาวน์โหลด วารสารยางพารา ปีที่ 32
ดาวน์โหลด คู่มือการปลูกยางพารา

          ข่าวสาร ความรู้เกี่ยวกับยางพารา


สกย.เลย เร่งผลิต “ครูยาง” รับพื้นที่ปลูกยางเพิ่มถึงล้านไร่ในปี 55 (30/08/2554)

     สกย.เลย เปิดอบรมผู้นำเกษตรกรผู้ปลูกยางในแต่ละชุมชน เพื่อรับถ่ายทอดวิชาทำสวนยาง-กรีดยางนำไปเผยแพร่แนะนำเพื่อนเกษตรกรต่อ เผย เมืองเลยมีพื้นที่ปลูกยางพาราสูงเป็นอันดับ 2 รองจากบึงกาฬ แต่ขาดแคลนความรู้อยู่มาก คาดในปี 55 พื้นที่ปลูกยางพาราในจังหวัดเลยอาจเพิ่มขึ้นถึงล้านไร่

     วันนี้ (29 ส.ค.) นายพรศักดิ์ เจียรณัย ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย เป็นประธานเปิดงานสัมมนาครูยางจังหวัดเลย พร้อมด้วยนายวิโรจน์ จิระวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางพารา (สกย.) จังหวัดเลยโดยมีเกษตรกรที่มาจากผู้นำกลุ่มชาวสวนยาง จังหวัดเลย เข้าร่วมสัมมนาในครั้งนี้จำนวนกว่า 200 คน ณ ห้องชัยพฤกษ์ โรงแรมเลยพาเลซ

     นายวิโรจน์ จิระวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางพาราจังหวัดเลย กล่าวว่า จังหวัดเลยเป็นจังหวัดที่มีการปลูกยางพารามากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รองจากจังหวัดบึงกาฬโดยมีพื้นที่ปลูกยางประมาณ 5 แสนไร่ เกษตรกรส่วนใหญ่ ที่เข้าร่วมโครงการกับภาครัฐและปลูกสร้างสวนยางเองยังขาดความรู้ความเข้าใจในการทำสวนยาง ดังนั้น ครูยาง ซึ่งเป็นเกษตรกรที่มาจากผู้นำกลุ่มชาวสวนยางในชุมชน โดยมี สกย.เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ด้านการประกอบอาชีพการทำสวนยางทั้งนี้ เพื่อให้ครูยางนำความรู้ที่ได้รับไปถ่ายทอดสู่เกษตรกร หรือผู้ที่สนใจอาชีพการทำสวนยางในชุมชนเพื่อให้บุคคลเหล่านั้นมีความรู้ความเข้าใจในการทำสวนยางที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ

     ปัจจุบัน ครูยางในจังหวัดเลย ยังขาดแคลนอยู่ประมาณ 300-400 คน ต่อจำนวน ผู้ผลิตยางพารา และพื้นที่ปลูกยางในจังหวัดเลยทั้งหมด ซึ่งคาดว่า ในปี 2555 ทาง สกย.จะสามารถ ผลิตครูยางให้ได้ตามจำนวนที่ จังหวัดเลย นั้นต้องการ ซึ่ง ณ เวลา นั้น ยางพาราในจังหวัดเลย อาจขยาย พื้นที่ปลูกไปถึง 1 ล้านไร่ไปแล้ว ก็อาจจะต้องมีการผลิต ครูยางเพิ่มขึ้นอีก

ที่มา : ASTV ผู้จัดการออนไลน์ (วันที่ 29 สิงหาคม 2554)

 

เกษตรกรหนองคาย-บึงกาฬแห่ปลูกยางเพิ่ม ไม่รอเงินหนุนจากรัฐ


หนองคาย/บึงกาฬ

     - สกย.หนองคาย เผยเกษตรกรลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการปลูกยางพาราในหนองคายและบึงกาฬเพิ่มขึ้นร่วม8แสนไร่ ลุยเตรียมดินปลูกแล้ว พร้อมยอมควักเงินส่วนตัวลงทุนก่อนรอรับเงินอุดหนุนจากรัฐภายหลัง เผยราคากล้ายางพุ่งขึ้น เหตุเกษตรกรต้องการมากจนผลิตไม่ทัน

     นายอุบล นาคฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) จังหวัดหนองคาย เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางจังหวัดหนองคาย ได้ทำการออกสำรวจพื้นที่ของเกษตรกรที่ลงทะเบียนขอเข้าร่วมโครงการปลูกยางพาราในพื้นที่ใหม่ ระยะที่ 3 พ.ศ. 2554-2556 จำนวน 800,000 ไร่ เรียบร้อยแล้ว

     จังหวัดหนองคาย และจังหวัดบึงกาฬ ได้รับการจัดสรรในระยะเวลา 3 ปี จำนวน 50,000 ไร่ โดยในปีแรกได้รับการจัดสรรฯ 16,600 ไร่ ซึ่งจังหวัดหนองคายและจังหวัดบึงกาฬ มีเกษตรกรยื่นความจำนงไว้กว่า 120,000 ไร่ ดังนั้น จึงต้องมีการคัดเลือกเกษตรกรที่จะเข้าร่วมโครงการฯกันเป็นพิเศษ ซึ่งในปีแรกนี้ ได้มีการจัดสรรให้แก่เกษตรกรที่อยู่ในเขตจังหวัดบึงกาฬ 10,000 ไร่ และจัดสรรให้แก่เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดหนองคาย 6,600 ไร่ สาเหตุสำคัญที่ต้องจัดสรรให้เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดน้องใหม่มากกว่าเนื่องจากสัดส่วนเกษตรกรที่ขอเข้าร่วมโครงการฯ มีมากกว่า ทั้งนี้ หลังจากทำการสำรวจพื้นที่ของเกษตรกร พบว่าเกษตรกรที่ผ่านการคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการฯ ได้มีการเตรียมพื้นที่ไว้เพื่อรอกล้าพันธุ์ยางพาราที่โครงการจะสนับสนุนมาปลูก ซึ่งช่วงระยะเวลาที่เหมาะสมในการปลูก ยางพาราคือในช่วงเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคมของทุกปี เพราะเป็นช่วงเข้าสู่ฤดูฝน ยางพาราสามารถปลูกติดได้ง่าย แต่เมื่อโครงการมีปัญหายังไม่สามารถหาต้นพันธุ์ยางพาราให้ได้ เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการก็ยังคงรอความชัดเจนอยู่ หากรัฐบาลไม่สามารถสนับสนุนงบประมาณในการจัดซื้อต้นกล้าพันธุ์ยางพาราได้ทั้งหมดส่วนเกินที่เหลือเกษตรกรส่วนใหญ่ก็พร้อมจะออกเอง เนื่องจากเกษตรกรไม่ต้องการรอ และจากที่ออกสำรวจเกษตรกรส่วนใหญ่ได้มีการติดต่อกล้าพันธุ์ยางพาราไว้เรียบร้อยแล้ว แต่ก็ยังพบปัญหากล้ายางพาราที่มีราคาสูงขึ้นกล้าละ 40 บาท เป็นการปรับราคาขึ้นสูงเช่นเดียวกับจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ เพราะไม่สามารถผลิตกล้ายางได้ทันความต้องการจึงทำให้มีการปรับราคาสูงขึ้น

     จังหวัดหนองคายและจังหวัดบึงกาฬมีพื้นที่ปลูกยางพารารวมกันแล้วราว 795,456.55 ไร่ มีเกษตรกรปลูกยางพารา 71,486 ราย สามารถเปิดกรีดได้แล้ว 239,326.10 ไร่ ในจำนวนนี้เมื่อเปรียบเทียบ ระหว่างหนองคาย และบึงกาฬแล้วพบว่า พื้นที่จังหวัดบึงกาฬซึ่งเพิ่งแยกเป็นจังหวัดใหม่มีการปลูกยางพารามากที่สุด ประมาณ 178,881.50 ไร่ เปิดกรีดแล้ว 45,053.60 ไร่ มีเกษตรกรปลูกยางพารา 15,562 ราย

คลิกที่นี่ ดูวีดีโอ การสร้างสวนยางอย่างยั่งยืน

 

ยางพาราพืชเศรษฐกิจสุดฮ็อตที่พิษณุโลก

“ยางพาราพืชเศรษฐกิจสุดฮ็อตที่พิษณุโลก”
มงคลเชาวราช ทั่งมั่งมี/รายงาน

     ช่วงเวลาไม่เกิน 10 ปี ยางพารา ได้เข้ามาเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่แรงสุดๆ ของพิษณุโลก ภาพถ่ายดาวเทียมเมื่อปี 2552 พบว่าภาคเหนือมีพื้นที่ปลูกยางพาราไปแล้ว693,812 ไร่ จังหวัดพิษณุโลก มีพื้นที่ปลูกยางพารามากที่สุดในบรรดา 17 จังหวัดภาคเหนือ อยู่ที่ 152,768 ไร่ ขณะที่ตัวเลขประมาณการคาดว่าพิษณุโลกมีพื้นที่ปลูกยางพาราไปแล้วร่วม 2 แสนไร่ และยังมีแนวโน้มการขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยปัจจัยราคายางแผ่นดิบที่ทะยานไม่หยุดเมื่อเทียบกับพืชเศรษฐกิจดั้งเดิมอย่างข้าว ที่มีพื้นที่ปลูกต่อปีประมาณ 1 ล้านไร่แล้ว ยางพารา กำลังเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของเมืองพิษณุโลกอย่างเลี่ยงไม่ได้ ต่อไปผลผลิตของยางพาราจะเป็นตัวกำหนดแนวโน้มเศรษฐกิจของจังหวัดพิษณุโลกเลยทีเดียว

     การทำสวนยางพาราในจังหวัดพิษณุโลกมีที่มาจากการทดลองปลูกในหลายพื้นที่ เป็นกลุ่มเกษตรกรที่เคยผ่านประสบการณ์และมองเห็นลู่ทางการปลูกยางพารา เพราะยางพารา ต่างจากพืชล้มลุกต่างๆ ที่เป็นพืชเศรษฐกิจตัวหลักของพิษณุโลก ไม่ว่าจะเป็นข้าว ข้าวโพด อ้อย มันสำปะหลัง ยางพาราผู้ปลูกต้องลงทุนสูง และต้องใช้ระยะเวลาในการปลูก อย่างน้อย 7 ปี จึงเริ่มลงมีดกรีดยางขายได้ แต่ด้วยเป็นอาชีพที่ยั่งยืน ภาครัฐมีนโยบายขยายพื้นที่ปลูกยางใหม่ในภาคเหนือและภาคอีสาน รวมถึงกระแสการย้ายทุน นายหัวจากภาคใต้ ที่แห่มากว้านซื้อที่ดินราคาถูกในเขตอ.วังทอง อ.นครไทย และอ.ชาติตระการ มาปลูกสวนยางพารา ส่งผลให้ยางพารากลายเป็นพืชเศรษฐกิจหลักที่หน่วยงานภาครัฐทุกหน่วยต้องรวมตัวกันทำยุทธศาสตร์รองรับการเติบโต

     นายโสภณ กาฬสินธุ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง ( สกย. ) จังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยว่า มีผู้ทดลองปลูกยางพาราในอ.วังทอง จ.พิษณุโลก ร่วม 20 กว่าปีนี้ กรีดแล้ว แต่เป็นพันธุ์พื้นเมืองให้ผลผลิตไม่ได้ จึงโค่นทิ้งแล้วรับทุนปลูกใหม่จากสกย.ไปแล้ว สภาพดินและภูมิอากาศของพิษณุโลกไม่ถึงดี แต่ปลูกได้ในช่วงฤดูหนาวภาคเหนือจะให้ผลผลิตยางมากกว่าทางภาคใต้ ในพิษณุโลกจะได้เปรียบนิดหน่อยเพราะวันกรีดมากกว่า เนื่องจากปริมาณฝนน้อยกว่าภาคใต้ เฉลี่ยแล้ว ผลผลิตในพิษณุโลกให้ผลผลิต 280 กิโลกรัม ต่อไร่ ต่อปี หรือเฉลี่ยวันละ 2-3 กก.ต่อไร่ต่อวัน

     ส่วนกระแสการมาบูมยางพาราจริง ๆ นั้น น่าจะเริ่มมาจากคนที่มีประสบการณ์การปลูกยางจากภาคใต้ และมาอยู่ในพิษณุโลก เช่น เขตพื้นที่ต.บ้านกลาง อ.วังทอง จ.พิษณุโลกนั้น มีนักลงทุนจากระยอง นำยางพาราเข้ามาปลูกเป็นรายแรก ๆ อายุ 15-20 ปีแล้วในปัจจุบัน และเริ่มกรีด ได้ผลผลิตดี จากนั้นยางพาราคาก็ยายตัวขึ้นมาเรื่อย ๆ ทั้งจากนักลงทุนใต้ และนักลงทุนในจังหวัดพิษณุโลกที่มักลงทุนแปลงใหญ่ รวมถึงเกษตรกรรายย่อยทั่วไป ยิ่งถึงสมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร เริ่มทำโครงการส่งเสริมปลูกยางพารา1 ล้านไร่ ช่วงปี 2547-2549 ส่งผลให้การปลูกยางในพิษณุโลกก้าวกระโดอย่างมาก

     “จากการสำรวจโดยสกย.ขอความร่วมมือกับชาวบ้านในพื้นที่เมื่อปี 2551 พบว่า พิษณุโลกมีพื้นที่ปลูกยางพาราทั้งสิ้น 121,764 ไร่ มากที่สุดในอ.วังทองจำนวน 48,338ไร่ รองลงมาคืออ.นครไทย 28,429 ไร่ และอ.ชาติตระการ 27,870 ไร่ แต่จากภาพถ่ายดาวเทียมเมื่อปี 2552พบว่า พิษณุโลกมีพื้นที่ปลูกยางพารามากที่สุดในภาคเหนืออยู่ที่152,768 ไร่ และจากการสำรวจจากการขายต้นกล้ายางพาราในปี 2554 คาดว่าพิษณุโลกมีพื้นที่ปลูกยางพาราแล้วไม่ต่ำกว่า 170,000 ไร่ “

     นายโสภณ เผยว่า สกย.ได้เข้ามาตั้งสำนักงานในจังหวัดพิษณุโลกเมื่อปี 2546 ได้พยายามดึงเกษตรกรเข้ามาร่วมในการดูแลของสกย. เพื่อผลประโยชน์ด้านต่าง ๆทั้งการถ่ายทอดเทคโนโลยีความรู้การปลูก การกรีด และการแปรรูป รวมถึงการชดเชยกรณีตัดสวนยางทิ้ง แต่มีผู้ปลุกบางส่วน ที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการกับสกย.ส่วนใหญ่แล้วเป็นนักลงทุนรายใหญ่ ที่ปลูกแปลงใหญ่ มีเงินทุนสูง ไม่จำเป็นต้องพึ่งสกย. กลุ่มนี้มีอยู่มาก ข้อมูลที่สำรวจพบกลุ่มผู้ปลูกยางที่ไม่เข้าร่วมกับสกย.มีถึง 94,051 ไร่

     “ราคายาง ณ ปัจจุบัน มีผลต่อการเพิ่มพื้นที่ปลูกยางในจังหวัดพิษณุโลกแน่นอน ราคายางจะไม่ต่ำกว่า 100 บาทต่อกิโลกรัมแน่นอน เป็นแรงจูงใจให้เกษตรกรมาปลูกสวนยางพาราคาเพิ่ม และการทำสวนยางเป็นอาชีพที่ยั่งยืนกว่าการปลูกพืชล้มลุก ยางพารา 1 ไร่ ปลูก ระยะห่าง 3 เมตร คูณ 7 เมตร รวมแล้ว 1 ไร่ ปลูกยาง 76 ต้น การลงทุน ค่าพันธุ์ ค่าปลูก ค่าบำรุงรักษาจนถึงอายุยางพารา 7 ปี ระยะที่จะเริ่มกรีดยางได้ ( เส้นรอบวงไม่ต่ำกว่า 50 เซนติเมตร ) รวมแล้วลงทุน 7 ปีประมาณ ไร่ละ 15,000 บาท เพราะฉะนั้นปีที่ 8 เริ่มกรีด ก็น่าจะได้ทุนคืนแล้ว

     สำหรับพันธุ์ที่ปลูกในจังหวัดพิษณุโลกส่วนใหญ่เป็ร พันธ์อาร์อาร์ไอเอ็ม 600 เป็นพันธุ์ยางที่ให้น้ำยางสูง และให้เนื้อไม้ดีด้วย เป็นพันธุ์ยางชั้นหนึ่ง ที่ทางการให้การส่งเสริม ในประเทศไทยปลูกพันธุ์นี้ประมาณ 80 % รวมถึงเป็นพันธุ์หลักที่ปลูกในพิษณุโลกด้วย การให้น้ำยางสม่ำเสมอ

     ดต.ชัชวาลย์ ยิ้มแก้ว อายุ 65 ปี ตำรวจนอกราชการที่มาลงทุนปลูกสวนยางพารา 80 ไร่ ในพื้นที่บ้านหินลาด ม.14 ต.ดอนทอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก กล่าวว่า เดิมตนรับราชการตำรวจ แต่เกษียณก่อนกำหนด มีที่ดินอยู่ 80 ไร่มองว่า ยางพาราจะเป็นพืชที่สร้างความมั่นคงได้ เพราะลงทุนครั้งเดียว แต่เก็บเกี่ยวได้ตลอดตั้งแต่อายุ 7-25 ปี เมื่อยางแก่ ให้ผลผลิตน้อย ก็ยังโค่นขายยางเป็นไม้เฟอร์นิเจอร์ได้ เมื่อลองศึกษาดู ประกอบกับมีโครงการส่งเสริมยาง 1 ล้านไร่ จึงไปร่วมกับสกย. ได้สนับสุนพันธุ์ยางมาประมาณ 40 ไร่ สกย.มาติดตามดูแลตลอด ตั้งแต่วิธีปลูก การดูแลรักษา กระทั่งปัจจุบันจะเริ่มกรีดได้แล้ว ก็มีการอบรมการกรีดให้อีก

     ดต.ชัชวาลย์ เผยต่อว่า ผู้ที่ปลุกสวนยางในพิษณุโลกถ้าเป็นรายใหญ่แล้วมักจะเป็นนักลงทุนจากภาคใต้ ที่มาซื้อที่ต่อจากชาวบ้านในเขตอ.วังทอง อ.นครไทย อ.ชาติตระการ แล้วปลูกสวนยางขนาดใหญ่ พวกนี้ทุนสูง นอกจากนี้ยังมีนักลงทุนในพิษณุโลกที่มีศักยภาพ ที่นิยมมาซื้อที่ต่อจากชาวบ้านแล้วปลูกยางระดับ 100 ไร่ขึ้นไป ส่วนเกษตรกรที่ปลูกเองนั้น ก็มีมาก แต่เนื้อต่อรายที่ไม่มากนัก

     สำหรับการซื้อขายยางพาราในจังหวัดพิษณุโลกนั้น ขณะนี้เริ่มมีผลผลิตออกมาบ้างแล้ว มีสวนยางพาราที่เปิดกรีดได้น้ำยางออกมาแล้ว 3,000 ไร่ ที่ผ่านมา สกย.ได้เปิดตลาดกลางกระจายไปตามอำเภอต่าง ๆ อาทิ อ.วังทอง อ.เนินมะปราง ได้ราคาซื้อขายค่อนข้างดี นอกจากนี้ ยังมีการลงทุนจากผู้รับซื้อยางรายใหญ่ ศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 1 พิษณุโลก ระบุว่า บริษัท ไทยฮั้วยางพารา จำกัด (มหาชน) ได้ยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนที่สำนักงานใหญ่กรุงเทพฯ โดยมีพื้นที่การลงทุนอยู่ ถ.วังทอง-พิษณุโลก อ.วังทอง พิษณุโลก มูลค่าการลงทุน 109.4 ล้านบาท เพื่อผลิตยางผสม หรือ Compound Rubber กำลังผลิต 36,000 ตันต่อปี และยางแผ่น และยางแผ่นรมควัน หรือ Ribbed Smoked Rubber Sheet กำลังผลิต 18,000 ตันต่อปี เพื่อการส่งออก 90% โดยมีตลาดเป้าหมายอยู่ที่ไอร์แลนด์ มาเลเซีย จีน และสิงคโปร์ โรงงานของไทยฮั้วที่พิษณุโลกนี้ ถือว่ามีขนาดใหญ่กว่าที่เคยสร้างใน 9 จังหวัดต่างๆ เช่น หาดใหญ่ ระยอง อุดรธานี สกลนครฯลฯ โดยมีขนาดใหญ่เทียบเท่ากับโรงงานไทยฮั้ว ที่ อ.บึงกาฬ จ.หนองคาย และอนาคตบริษัทไทยฮั้วยังมีแผนขยายพื้นที่การลงทุนไปยัง จ.เชียงราย “ปริมาณยางแผ่นดิบแถบภาคเหนือตอนล่างจะเพิ่มขึ้นทุกปี โดยนับจากปี 2555 เป็นต้นไป สวนยางพาราส่วนใหญ่จะเปิดกรีดครบทุกแปลง จะมีปริมาณน้ำยางอัตราต่ำสุด 250 กิโลกรัมต่อไร่กรณีไทยฮั้ว ตั้งโรงงาน ถือว่า เป็น เรื่องดีต่อเกษตรกรในพิษณุโลก เพราะจะขายยางได้ราคาเทียบเท่าทางภาคใต้ หักค่าขนไม่ถึง 2 บาทเท่านั้น. ผลประโยชน์ตกที่ชาวสวนยางในพื้นที่”

     นายประสิทธิ์ หมีดเส็ง รองผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสงเคราะห์ทำสวยยาง ( สกย. ) เปิดเผยว่าพื้นที่ปลูกยางทั่วประเทศมีประมาณ 17 ล้านไร่ มีพื้นที่ที่มีศักยภาพสามารถปลูกได้เพิ่มอีกหลายล้านไร่ โดยเฉพาะภาคอีสานแต่เราคงไม่ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกยางพารามากเกินไป เนื่องจากว่ายังมีพืชอื่นที่มีความสำคัญสำหรับประเทศ พื้นที่ปลูกอ้อย มันสำปะหลัง ที่จะเป็นพลังงานทดแทนของชาติในอนาคตจะมีปัญหา ประเทศไทยเรา ควรจะทำนโยบายออกมากว่า ประเทศไทยพื้นที่การเกษตรที่เหมาะจะปลูกยางพารา 40 ล้านไร่ เราจะให้ปลูกสูงสุดได้กี่ไร่ จะปลุกปล์มเท่าไหร่ อ้อยกี่ไร่ เพื่อสร้างความสมดลทางเศรษฐกิจ ถ้าเราปลูกยางหมด อนาคตยางราคาตก แล้วรัฐบาลจะรับผิดชอบได้อย่างไร

     อีก 4-5 ปีข้างหน้า ปัญหาราคายางพาราคงยังไม่ได้รับผลกระทบ เพราะมีประเทศที่อยู่ในโซนเดียวกับเราเริ่มปลูกยางพาราเพิ่มขึ้นมาก ทั้งลาว กัมพูชา เวียดนาม และประเทศแถบแอฟริการ ก็เริ่มปลูกยางพารากันมากขึ้น แทนที่จะเพิ่มพื้นที่ปลูกยางพารา ประเทศไทยควรจะกำหนดเป้าหมายการพัฒนาสวนยางพาราให้เพิ่มผลผลิตต่อไร่ให้ได้มากขึ้น จาก 278 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี ตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนายางพาราปี 2556 มีเป้าหมายจะเพิ่มผลผลิตต่อไร่ให้ได้ 306 กิโลกรัมต่อไร่ ต่อปี พื้นที่เท่าเดิม แต่ผลผลิตเพิ่มขึ้น ไทยก็ไม่จำเป็นต้องขยายพื้นที่ปลูกยางเหมือนประเทศอื่น

     “ผลผลิตยางพาราในพื้นที่ปลูกใหม่อย่างภาคเหนือและภาคอีสานเมื่อเทียบกับทางยางพาราทางภาคใต้แล้ว ผลผลิตจะต่ำกว่าทางภาคใต้ประมาณ 10 % ผลผลิตทางภาคเหนืออยู่ประมาณ 250-260 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี ขณะที่ภาคใต้เฉลี่ย 280 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี ขอฝากประชาสัมพันธ์ถึงผู้ปลุกยางรายใหม่ ๆ ด้วย ปีนี้ ยางพาราในโครงการยาง1 ล้านไร่ กำลังเริ่มระยะกรีด เข้าปีที่ 6-7 แล้ว แต่ยางพาราปีปลูกไม่สำคัญ สำคัญขนาดเส้นรอบวงต้องได้ขนาด ราคายางพาราคาที่พุ่งสูงมากในปัจจุบัน ส่งผลให้เกษตกรเร่งกรีดยางกันมาก จะส่งผลให้ผลผลิตได้ต่ำ เนื้อยางน้อย และจะชะงักการเจริญเติบโต” รองผอ.สกย.กล่าว

     กระแสการลงทุนปลูกยางพาราในพื้นที่พิษณุโลกนั้นคาบเกี่ยวกับการบุกรุกพื้นที่ป่าอย่างมาก ช่วงปี 2553 ที่ผ่านมา ป่าไม้พิษณุโลกร่วมกับหน่วยงานมั่นคงออกตรวจสอบและจับกุมในหลายพื้นที่ในเขตอ.วังทอง อ.นครไทย และอ.ชาติตระการ พบว่ามีการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติหลายจุด มีการแผ้วถางแล้วลงเป็นแปลงสวนยางขนาดใหญ่ ส่วนใหญ่แล้วนายทุนจะจ้างชาวบ้านในพื้นที่ทำการแผ้วถางและเป็นแรงงานในการปลูกยาง ล่าสุดป่าไม่ร่วมกับฝ่ายปกครองงัดมาตรการขั้นเด็ดขาด ใช้มาตรา 25 พรบ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 ตรวจพบการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนจะดำเนินการตามมาตรการปกครองโดยตรวจยึดพื้นที่และทำลายสวนยางพาราทันที เป็นการปรามนายทุนเงินถึงที่คิดจะปลูกสวนยางพาราแต่อยากได้ที่ดินราคาถูกไปบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนฯ…

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่


Contact us
LINE ID : puicapsule

LINE QR CODE puicapsule

หนึ่ง แคปซูลนาโน
โทร.088-9134647(TRUE)

ติดต่อแคปซูล นาโน ทาง facebook




สินค้าขายดี คลิกที่รูป

 

กรดไขมันพืช สกัดจากใจกลางกะหล่ำปลี น้ำมันเมล็อองุ่น เกสรลำไยตัวผู้

ปุ๋ยแคปซูล นาโนผงสีดำ บรรจุแคปซูล


 

                                                          
สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย ห้ามคัดลอกเนื้อหาส่วนหนึ่งส่วนใดในเว็บไซต์
Copyright © 2010-2014 www.Pro1network.com All Rights Reserved.  For more information. Please contact Email :